Monday, December 11, 2006

HW @ week 30.11.2006 "When Where Who?"


สิ่งที่กำหนดจำกัดมีดังนี้
Where ? = เพื่อความท้าทายต้องเป็นสถานที่ๆอันตราย แต่ไม่ถึงตาย
กำหนดให้เป็น "ห้องสอบ" และจำกัดอยู่ที่ที่นั่งของผู้เล่นเท่านั้น
กำหนดให้ผู้เล่นนั่งแถวเดียวกันทั้งหมด
When ? = กำหนดระยะเวลาการเล่นคือภายในเวลาสอบเท่านั้น

เกม"Out or Win!?"
Players : 2-3 คน และอีกหนึ่งคนเป็นคนรับสาร (? เป้าหมาย )
Objective : ส่งข้อความไปให้คนทีี่กำหนดให้ โดยไม่ถูกจับได้
Rules : ถ้าถูกจับได้ก็จะแพ้ ใครส่งข้อความไปถึงเป้าหมายก่อนชนะ
ห้ามลุกออกจากที่ของตัวเอง เมื่อเวลาหมด ถือว่าสิ้นสุดการแข่ง
Procedure : ทำอย่างไรก็ได้ ให้ข้อความ ( กระดาษ? ) ส่งไปถึงเป้าหมาย
ไม่ว่าจะเป็นการส่งต่อ ขว้าง หรือวิธีการอื่นๆ
Boundary : ห้องสอบ
Conflict : ความระแวงการถูกจับได้โดยผู้คุบสอบคือความยากของเกม
ทำให้ตื่นเต้นมากๆ เวลาเล่น เพราะอาจถูกจับได้ว่าทุจริต
( แต่จริงๆแล้วเขียนข้อความที่ไม่เกี่ยวเอาไว้ในกระดาษ )
Outcome : แพ้ ชนะ ตามลำดับการส่งถึงเป้าหมาย

IDEA Game - 04 Throwing DS @30.11.2006



เกมนี้ไว้ใช้เล่นกับเครื่อง Nintendo DS ที่มี TouchScreen
เป็นเกี่ยวกับการ Throwing Ceramic นี่เอง ( เพิ่งไปทริปมา )

Player :เล่นได้ 3-4 คน หรือมากกว่านั้นก็ได้

Objective : คือ แข่งกัน Throw
โดยเริ่มแรกจะให้ต้นแบบงานเซรามิกมาหนึ่งชิ้น แล้วให้
แต่ละคน Throw ให้ได้งานชิ้นนั้น โดยใครใช้เวลาน้อยที่สุด
ก็ชนะไป

Rules : ห้ามปล่อยไว้นานเกิน 10 วินาที ดินจะแข็ง ทำให้ต้องเริ่มทำใหม่
ต้องเลือกใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือให้ถูกต้อง เช่นสิ่ว มือหรือลวด
ต้องคอยพรมน้ำตลอดเวลา ไม่งั้นดินจะแห้งเช่นกัน
บางครั้งถ้าจะตัด จะต้องรอให้ดินแห้งระดับหนึ่งก่อนไม่งั้นชิ้นงานจะเบี้ยว

Procedure : ใช้ปากกาสองอันในการเล่น (?หรือใช้นิ้วก็ได้) ในการ Throw
ให้สูงขึ้นต้องเอาปากกาสองอันลากเส้นขึ้นไปตรงๆ ถ้าไม่ตรงก็จะเบี้ยว ต้อง
ปรับให้ตรง ถ้าจะบีบให้ภาชนะผอมลงก้อต้องลากจากด้านข้างทั้งสองเข้าหาตรงกลาง
ถ้าจะให้อ้วนขึ้นก็ลากจากตรงกลางออกไปด้านนอก มีการกลั่นแกล้งกันได้
โดยใช้ไอเทมต่างๆ

Resource : จะมีปริมาณน้ำให้จำกัด ต้อง Throw ให้เสร็จก่อนน้ำจะหมดไม่งั้นดินจะแห้ง
ปริมาณดิน เปรียบเหมือนจำนวนครั้งที่จะ Fail ได้ในแต่ละเกม
เครื่องมือในการ Throwing และ ไอเทมที่ใช้กลั่นแกล้ง

Boundary : ภายในหน้าจอ Touch Screen ของเครื่องเกม (? ภายในแท่นหมุน )

Conflict : ต้องคอยดูแลดินที่ปั้นว่าจะแห้ง หรือจะเปียกเมื่อใด และต้องขึ้นรูปให้ตรง
อยู่เสมอไม่ให้ชิ้นงานเบี้ยว และต้องแข่งขันเรื่องเวลากับเพื่อน

Outcome : ถ้า Throw ได้ถูกต้องและเวลาน้อยที่สุดก็จะเป็นฝ่ายชนะไป

IDEA Game - 03 Let's Go in the Map @23.11.2006


พอดีเปิดดูแผนที่กรุงเทพ เพราะจะหาทางไปสถานที่ๆหนึ่ง
แล้วเห็นว่าเส้นทางในกรุงเทพฯ มันช่างซับซ้อนและลายตาไปหมด
เลยเกิดความคิดว่า น่าจะเอามาทำเป็นเกมได้เนอะ

Players : 3-4 คน (?ต้องมีแผนที่คนละใบ)

Objective : ไปให้ถึงที่หมาย ด้วยระยะทางที่ใกล้ที่สุด
ภายในเวลาที่กำหนด

Procedure : ใช้ปากกา ขีดเส้นลงบนเส้นทางที่เราจะขับรถไป
ลงในแผนที่ของตัวเอง จากจุดเริ่มต้น ไปยังเป้าหมาย

Rules : ห้ามลบเส้นที่ลากไปแล้ว ให้เปรียบเสมือนกับเราขับรถจริงๆ
ถ้าจะเลี้ยวกลับก็ต้องวาดเส้นเลี้ยวกลับ เหมือนกลับรถ กรณีเจอทางตัน
ต้องกลับรถกลับออกมา (? ซอยในกรุงเทพฯมีเป็นล้าน แน่นอนว่าต้องเจอ
Dead End ) บ้างละ และแน่นอน ห้ามย้อนศรนะครับ ลากเส้นแล้วห้าม
ยกปลายปากกาขึ้นมาจากแผนที่

Resource : เส้นทางที่จะผ่านไป ต้องเลือกให้ดีๆ ความสามารถในการตัดสินใจ
ยิ่งมีความรู้เรื่องถนนหนทาง จะได้เปรียบ

Boundary : ภายในแผนที่เท่าที่กระดาษจะมี เช่นอาจเป็น Zoning ไป

Conflict : การตัดสินใจเฉพาะหน้า ถ้าเลี้ยวผิดก็จะเสียเวลา
เป็นการฝึกการตัดสินใจเฉพาะหน้าที่ท้าทาย

REVIEW :: Warioware Touch! @30.11.2006


เกมนี้จะเรียกว่าเกมติ๊งต๊องก็ได้ เพราะในเกมจะประกอบด้วยโคตรมินิเกม
หลายตัวอยู่ในเกม ขอย้ำว่าโคตรมินิเกมจริงๆ เพราะมีเวลาเล่นแต่ละเกม
แค่ 3 วินาทีเท่านั้น

Player : เล่นคนเดียว แต่อาจเรียกเพื่อนๆมาดูสร้างความเฮฮาได้

Objective : ทำตามคำสั่งที่ปรากฏขึ้นที่หน้าจอ เช่น Erase เราก็ต้องลากปากกา
เป็นการลบ หรือเช็ดกระจกให้สะอาด เป็นต้น Objective ในแต่ละ minigame
ก็จะแตกต่างกันไป มีมากมายหลากหลาย เพื่อป้องกันความน่าเบื่อ

Procedure : จากชื่อเกมที่มีคำว่า Touch อยู่ จึงเป็นเกมที่ใช้ปากกาเล่นอย่างเดียวเลย
ลาก กด หมุนอะไรก็ว่าไปตามคำสั่ง

Rules : แตกต่างกันไปตาม minigame แต่ละเกม บางเกมพลาดได้ บางเกม
ถ้าพลาดก็จะแพ้ทันที แต่ส่วนมากจะให้เล่นให้เสร็จภายใน 3 วินาที ถ้าไม่ทัน
ก็จะถือว่าแพ้เช่นเดียวกัน

Conflicts : ต้องอาศัยไหวพริบมากทีเดียว เป็นการท้าทายความเร็วในการ
ประมวลผลของสมองเรา กับการควบคุมปากกาให้ทำตามให้ทันในเวลาอันสั้น

Boundary : Touch Screen ที่หน้าจอด้านล่าง

Outcome : เมื่อผ่านได้ครบจะผ่านด่าน และจะมีตัวละครใหม่เพิ่มมาพร้อมกับด่านใหม่ๆ

ความคิดเห็น : เป็นเกมที่ไม่ต้องคิดอะไรมาก สร้างความเฮฮาระหว่างเพื่อนฝูงได้
เอาไว้เล่นฆ่าเวลาก็ไม่น่าเบื่อเพราะมีหลายด่านให้เล่น เหมาะไว้เล่นผ่อนคลายไม่ซีเรียส

Sunday, December 10, 2006

HW @ week 23.11.2006 "FUN" & "THEME"

1. ให้นักเรียนไปหาตัวอย่างเกมมาที่คิดว่ามีความสนุกในแง่ต่อไปนี้ และอธิบายรายละเอียดในแง่ที่นักเรียนคิดว่าเกมนั้นๆสนุก



Physical Fun
"Marvel VS Capcom" หรือเกม Fighting อื่นๆ
ให้ความสนุกเป็นการเสมือนตัวตนของเราในเกมให้ต่อสู้กับคนอื่น
ก่อให้เกิดความสนุกเมื่อได้ใช้ท่าต่างๆ Combo ท่าต่อเนื่องเวลาได้อัดคู่ต่อสู้
ยิ่งถ้าได้เจอคู่ต่อสู้เก่งๆ เมื่อสามารถจัดการได้ก็จะยิ่งรู้สึกสนุกขึ้นมาเอง


Social Fun
"เดอะ คิลเลอร์ The Killer" Card Game
เป็นเกมค้นหา The Killer ผู้เล่นจะได้คุยกัน สนทนากัน เพื่อหาหรือจับผิด The Killer ที่
ซ่อนต้วอยู่กับผู้เล่นคนอื่นๆให้ได้ ทำให้เราได้คุยกะเพื่อนๆสนุกสนานกับท่าทางของแต่ละคน


Mental Fun
"The Sims"
เกมนี้เราจะได้จัดการกับชีวิตของคนกลุ่มหนึ่งได้ดังใจ เมื่อคนเหล่านั้นประสบความสำเร็จ
เราก็จะดีใจ และแอบเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกจำลองนั้นจริงๆ สนุกกับการจัดการ การควบคุม
ให้เราได้วางแผนว่าจะให้คนๆนั้นเป็นคนยังไง ฐานะดีแค่ไหน

2. จงยกตัวอย่างเกมที่มีลักษณะการเล่นคล้ายๆกัน แต่ว่ามี Theme หรือ เรื่องราวที่แตกต่าง มา 1 คู่
(เช่น Zelda กับ Castlevania ที่อาจารย์ยกตัวอย่างในห้อง)



Final Fantasy
เกมแนว RPG ที่โด่งดังที่สุดของ Square Enix มีรูปแบบการเล่นที่เป็นต้นแบบของเกม RPG มากมาย
ด้วยเนื้อเรื่องที่ออกแนวแฟนตาซี เวทมนตร์ สัตว์อสูร ผสมผสานกับเทคโนโลยีทันสมัยในยุคปัจจุบัน
แต่จะเน้นในเรื่องของความเป็น Fantasy ในเรื่องเวทมนตร์มาก ทำให้เกมมีเสนห์และเอกลักษณ์
รูปแบบการเล่นคือ ดำเนินไปตามเนื้อเรื่องที่เกมวางไว้ เก็บเลเวลเพื่อต่อสู้กับศัตรูเก่งๆ
เป็นเรื่องของนักรบ พ่อมด แม่มด และชนเผ่าต่างๆ



StarOcean
เกมแนว RPG ซีรีส์หลังๆ มีรูปแบบการเล่นเหมือน Final Fantasy ตรงที่เป็นเกม RPG เหมือนกัน
คือดำเนินตามเนื้อเรื่อง เก็บเลเวลต่อสู้ แต่จะต่างกันตรงที่ Theme ของเกมนี้จะเน้นในเรื่องของอวกาศ
เป็นการเดินทางระหว่างดาวต่างๆในอวกาศ การใช้อาวุธที่ทันสมัย มีเรื่องของเวทมนต์เข้ามาเกี่ยวด้วย
แต่จะคนละอารมณ์กับ Final Fantasy มาก ทั้งๆที่รูปแบบการเล่นแทบจะเหมือนกันเลยทีเดียว

REVIEW :: Katamari @23.11.2006



Katamari เกมที่มีหลักการคิดง่ายๆแต่สามารถทำออกมา
เป็นเกมที่เล่นได้เรื่อยๆ

Objective : กลิ้งสิ่งของให้ได้ขนาดตามที่เกมแต่ละด่านกำหนดก่อนเวลาจะหมด

Rule : ต้องกลิ้งจากของเล็กไปใหญ่ ถ้าของที่กลิ้งเล็กไปชนของใหญ่จะกระเด็นกระจัดกระจาย
แล้วต้องเริ่มกลิ้งใหม่ ( ของหายไปส่วนหนึ่ง ) ถ้าเวลาหมด แล้วยังไม่ได้ขนาดตามที่กำหนดจะ Game Over

Procedure : ใช้ Analog JoyStick ทั้งสองบังคับการกลิ้งและทิศทางการเดิน กลิ้งสิ่งของไปตามทางเดินเรื่อยๆ



Resource : สิ่งของที่กลิ้งทับ จะติดมาอยู่กับเราเรื่อยๆ ต้องทำให้มันใหญ่ขึ้นๆมากๆ ต้องคอยสังเกตขนาดของสิ่งของให้ดี

Conflict : ต้องคอยเสี่ยงว่าขนาดของสิ่งของที่เรากลิ้ง จะไปกลิ้งทับของตรงหน้าได้หรือป่าว และต้องแข่งขันกับเวลาที่มีจำกัดด้วย
รวมถึงมีพวกสัตว์ที่จะเป็นตัวอุปสรรค เคลื่อนไหวมาชนเราให้ของกระจัดกระจาย ต้องคอยหลบดีๆ

Boundary : ในแต่ละด่านจะมีพื้นที่หนึ่งๆให้เราได้เล่นอยู่ในพื้นที่นั้น เช่น ห้องนอน สวนสาธารณะ เป็นต้น

Outcome : บรรลุเป้าหมายที่เกมกำหนดในแต่ละด่าน ( ได้ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่านี้ ในเวลาเท่านี้ )

ความคิดเห็น : เป็นเกมที่เล่นง่ายๆ เข้าใจไม่ยาก เอาไว้เล่นเพลินๆได้ และสิ่งของที่กลิ้งทับในแต่ละด่านก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
ทำให้ไม่เบื่อจนเกินไป รวมๆแล้วถือเป็นเกมที่น่าลองเล่นดู เท่าที่เห็นยังไม่มีพวกไอเท็มช่วยในแต่ละด่าน ถ้ามีอาจจะช่วย
แก้ความจำเจได้บ้างก็ได้

ปล. ยังไม่ได้ลองเล่นเกมเองเลยไม่รู้ว่าการบังคับจะทำให้เสียอารมณ์หรือหงุดหงิดหรือป่าว